ถ้า AI เล่าแทนได้ แล้วเรายังต้องมี Podcast ไหม
Student blog — 26/01/2026
จากรายงาน The Infinite Dial 2025 ของ Edison Research พบว่าคนอเมริกันมากกว่า 70% เคยฟัง Podcast มาแล้ว และกว่าครึ่ง (55%) ฟังเป็นประจำทุกเดือนเลยทีเดียว ที่น่าสนใจคือหลายคนเริ่มหันมาฟัง Podcast ผ่าน YouTube มากขึ้นด้วย
แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป เพราะมี AI อัจฉริยะอย่าง Google NotebookLM และเครื่องมืออื่นๆ ที่สามารถแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ ถอดเทป สรุปเนื้อหายาวๆ ให้เหลือแค่ใจความสำคัญ หรือแม้แต่สร้างคลิปเสียงสั้นๆ สรุปจาก Podcast ยาวๆ ได้ในเวลาไม่กี่วินาที
พอเป็นแบบนี้ คำถามสำคัญก็เกิดขึ้นว่า Podcast จะยังอยู่รอดได้ไหม เมื่อ AI สรุปเนื้อหาได้ใน 10 วินาที? ผู้จัดรายการ Podcast จึงต้องหันมาคิดใหม่ว่า คุณค่าที่แท้จริงของรายการเสียงคืออะไรกันแน่ ที่ AI จะมาแย่งไปไม่ได้

สัมผัสของความเป็นมนุษย์
เวลาที่ฟัง Podcast เราไม่ได้สนใจแค่ว่าเขาพูดอะไร แต่เราสนใจว่าใครเป็นคนพูด การได้ยินเสียงคนจริงๆ น้ำเสียง จังหวะการพูด รวมถึงความตั้งใจที่อยากเล่าเรื่องจริงๆ ทำให้เรารู้สึกผูกพันและเชื่อใจได้มากกว่า
แม้ AI จะสร้างเสียงสังเคราะห์ที่เหมือนคนพูดได้แล้ว แต่มันยังไม่เป็นธรรมชาติพอ และขาดความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง—ซึ่งเป็นสิ่งที่มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้
ความรู้เฉพาะทางแบบลึกซึ้ง
นักจัดรายการ Podcast ที่เก่งๆ มักเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ พวกเขาสามารถวิเคราะห์เรื่องยากๆ ได้อย่างลึกซึ้ง ตั้งคำถามที่คาดไม่ถึง และให้มุมมองที่ไม่เหมือนใคร ความเชี่ยวชาญแบบนี้ AI ทั่วไปยังเทียบไม่ได้เลย
การสร้างสรรค์ที่ต้องใช้คน
แม้แต่ในโครงการวิจัยอย่าง Digital Writer ของ Czech Radio ที่ลองใช้ AI ช่วยนักเขียนสร้างเนื้อหา พวกเขาก็พบว่าการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับ AI คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้งานออกมามีมิติและน่าสนใจกว่าการปล่อยให้ AI เขียนคนเดียว

ลดเวลาทำงานหลังบ้าน
เครื่องมือ AI อย่าง Podium ช่วยตัดต่อเสียง ลดเสียงรบกวน ปรับระดับเสียงให้สม่ำเสมอ หรือแม้แต่ตัดคำพูดติดอ่างออกไปได้โดยอัตโนมัติ ทำให้นักจัดรายการมีเวลาไปโฟกัสที่การคิดเนื้อหาเจ๋งๆ มากขึ้น
ช่วยให้คนค้นหารายการเจอ และเข้าถึงง่ายขึ้น
AI สามารถสร้างสรุปรายการ แปลงเสียงพูดเป็นข้อความ และสรุปเนื้อหาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยให้ Podcast เข้าถึงคนได้ทั่วโลก รองรับหลายภาษา และทำให้ Google ค้นหารายการเจอได้ง่ายขึ้นด้วย นอกจากนี้เครื่องมืออย่าง Castmagic สามารถถอดเทปได้มากกว่า 60 ภาษาเลยทีเดียว ทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงเนื้อหารายการได้
ทำ Podcast แบบมีภาพ
การทำ Podcast แบบมีวิดีโอคู่ไปด้วยกำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ เพราะช่วยให้เข้าถึงผู้ชมบนแพลตฟอร์มอย่าง YouTube ได้ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นช่องทางที่คนนิยมใช้ฟัง Podcast มากที่สุดแล้ว

การใช้ AI ในรายการเสียงก็มาพร้อมกับประเด็นที่เราต้องคิดถึงเรื่องความถูกต้องและจริยธรรมด้วยเช่นกัน เราไม่สามารถมองข้ามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาเร็วกว่ากฎหมาย การตั้งคำถามและพูดคุยเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าเราใช้ AI ไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
AI สามารถโคลนเสียงคนได้เหมือนของจริงมาก ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้า AI เอาเสียงเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เราอย่างไรบ้าง? นี่คือประเด็นสำคัญที่นักจัดรายการและนักพากย์ต้องเผชิญในยุคนี้
รายการที่ AI ทำเองทั้งหมด อาจไม่น่าเชื่อถือ
ถ้ามีรายการ Podcast ที่ AI สร้างเองทั้งหมดออกมาจำนวนมาก แต่เนื้อหาไม่ค่อยมีคุณภาพ คนฟังอาจเบื่อและเสียความเชื่อมั่นในสื่อรายการเสียงโดยรวม ลองจินตนาการว่าคุณเปิดฟังรายการใหม่ 5-6 รายการ แต่ทุกรายการฟังดูแบบเดียวกัน เนื้อหาตื้น ไม่มีความลึกซึ้ง หรือไม่มีบุคลิกที่น่าติดตาม สุดท้ายคุณก็คงหมดความอยากฟัง Podcast ไปเลย เพราะรู้สึกว่าเสียเวลาไปกับเนื้อหาที่ไม่มีคุณค่า นี่คือความเสี่ยงที่ทุกคนในวงการต้องระวัง
ไม่ใช่แค่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล แต่ต้องเป็นที่ที่เราจะได้สัมผัสกับความรู้สึกและเรื่องราวของคนจริงๆ Podcast จะยังคงมีคุณค่าตราบใดที่มันยังคงมอบ:
- ความรู้ลึกซึ้งจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
- ประสบการณ์ส่วนตัวที่สัมผัสได้
- ความจริงใจผ่านเสียงของมนุษย์
- การสร้างชุมชนที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
แหล่งอ้างอิง: Notta, Podium.page, Cue Podcasts, Edison Research, Castmagic, Cloud Computing & SaaS Awards, Tansy Aster Academy, Reuters Institute